เปิดประวัติ Michael Jordan

เปิดประวัติ Michael Jordan

Michael Jordan เป็นนักบาสที่โด่งดังมาก และถ้าหากพูดถึง Nike Air Jordan ก็คงไม่มีคนไหนไม่รู้จัก เพราะเป็น sneaker มีมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก โดยในตอนแรกที่รองเท้ายักษ์ใหญ่อย่าง Nike ได้ร่วมงานกับนักบาสเก็ตบอลชื่อดังอย่าง Michael Jordan เกิดเป็น Nike Air Jordan ขึ้น ทำให้ sneaker แบรนด์นี้มียอดขายถล่มถลาย ด้วยดีไซน์ที่แปลกตา และสามารถใส่ในชีวิตประจำวันได้ ในวันนีเราจึงได้นำประวัติของ Michael Jordan เจ้าของแบรนด์รองเท้าชื่อดังมาฝากกัน

Michael Jeffrey Jordan

Michael Jeffrey Jordan
Michael Jeffrey Jordan

ไมเคิล เจฟฟรีย์ จอร์แดน (Michael Jeffrey Jordan) เกิดเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 1963 ที่บรูคลิน นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา แต่ได้ย้ายมาอยู่กับครอบครัวที่วิลมิงตัน นอร์ทแคโรไลนา โดยมีคุณพ่อ เจมส์ จอร์แดน ซีเนียร์ และคุณแม่เดโลริส และพี่น้อง เขาเป็นลูกคนที่ 4 จากพี่น้อง 5 คน ครอบครัวจอร์แดนเป็นครอบครัวที่มีฐานะในระดับชนชั้นกลาง ไม่ได้ยากลำบาก แต่ก็ไม่ได้มีชีวิตที่สุขสบายเช่นกัน

ก้าวแรกสู่วงการบาสเก็ตบอล

Michael Jeffrey Jordan in high school
Michael Jeffrey Jordan in high school

ไมเคิลมีความสามารถเกี่ยวกับทางด้านของกีฬาตั้งแต่เด็ก เขาสามารถเล่นกีฬาได้มากมาย เช่น บาสเกตบอล เบสบอล และอเมริกันฟุตบอล แต่ไมเคิลตัดสินใจเลือก และทุ่มเทกายและใจให้กับกีฬาบาสเก็ตบอล เนื่องจากเขาโดนตัดชื่อออกจากทีมบาสเก็ตบอลของโรงเรียนเพียงเพราะความสูงไม่ถึง โดยความสูงของไมเคิลตอนนั้นคือ 180 เซนติเมตร ไมเคิลจึงต้องการพิสูงจน์ และเอาชนะข้อจำกัดตัวเองว่าถึงแม้เขาจะถูกบอกว่าตัวเตี้ยเกินไป เขาก็มีความสามารถไม่แพ้ใคร เขาต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าเขาเก่งที่สุดในโรงเรียน ในที่สุดไมเคิลก็ติดทีมโรงเรียนในระดับจูเนียร์ (มัธยมต้น) ซึ่งเขาก็แสดงให้ทุกคนเห็นว่าฝีมือของเขาคือของจริง ในหลายๆ เกม ไมเคิลทำคะแนนได้มากกว่า 40 แต้ม ทักษะและร่างกายของเขาเหนือกว่าเด็กรุ่นเดียวกันอยู่มากเลยทีเดียว

ในปีต่อมา ไมเคิลได้ทำการฝึกฝนอย่างหนักร่างกายของไมเคิลโตขึ้นจนมีความสูงเกิน 190 เซนติเมตร ทำให้เขามีชื่อติดทีมตัวแทนโรงเรียน ไมเคิลพิสูจน์คุณค่าของตัวเองในทันทีด้วยการทำคะแนนเฉลี่ยต่อเกมมากกว่า 25 แต้ม และถูกทาบทามจากมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงในเรื่องบาสเกตบอลมากมายอย่าง ดูค, นอร์ทแคโรไลนา และเซาท์แคโรไลนา จนสุดท้ายไมเคิลก็ตัดสินใจเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยนอร์ทแคโรไลนา แค่ปีแรกในมหาวิทยาลัย ไมเคิลทำคะแนนเฉลี่ยต่อเกมที่ 13.4 แต้ม และมีเปอร์เซ็นต์การทำแต้มอยู่ที่ 53.4% ซึ่งสูงมากเทียบกับผู้เล่นระดับ NBA ได้เลย และได้รับโหวตให้เป็นผู้เล่นปีหนึ่งยอดเยี่ยมประจำปีของ Atlantic Coast Conference อีกด้วย

จากนักบาสเก็ตบอลเยาวชนสู่นักบาสเก็ตบอลมืออาชีพ

MICHAEL JORDAN
MICHAEL JORDAN

เส้นทางสู่อาชีพนักบาสเกตบอลมืออาชีพของไมเคิลสดใสขึ้นเรื่อยๆ เขายิงลูกจัมป์ช็อตปิดเกมในตำนาน คว้าแชมป์ NCAA ปี 1982 เอาชนะมหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ซึ่งนำโดย แพทริก อีวิง ที่กลายมาเป็นอีกหนึ่งเซ็นเตอร์ระดับตำนานของ NBA เช่นกัน 

 ไมเคิลปิดฉากการเล่นบาสเกตบอลในรั้วมหาวิทยาลัยเพราะว่าเขาถูกเรียกตัวจากทีมชิคาโก บูลส์ ในปี 1984 ก่อนที่จะจบการศึกษา โดยถูกจัดเป็นอันดับที่ 3 รองจาก ฮาคีม โอลาจูวอน และ แซม โบวี สิ่งที่น่าชื่นชมก็คือถึงแม้ว่าตัวไมเคิลจะมีอนาคตที่สดใสในวงการกีฬาแต่เขาก็ไม่ได้ทิ้งการเรียน เพราะว่าเขากลับมาเรียนต่อจนจบการศึกษาในสาขาภูมิศาสตร์ในปี 1986

ไมเคิล จอร์แดนเป็นผู้เล่นคนสำคัญของชิคาโก บูลส์ มาตลอด เขาคว้าแชมป์ NBA ไปทั้งหมด 6 ครั้ง แถมคว้าตำแหน่งผู้เล่นทรงคุณค่า (MVP) ในนัดชิงที่ได้แชมป์ทั้งหมด เป็นผู้เล่นทรงคุณค่าฤดูกาลปกติ 5 ครั้ง ติดทีม NBA All-Star 14 ครั้ง เป็นส่วนหนึ่งของทีมบาสเกตบอลทีมชาติสหรัฐฯ ที่คว้าเหรียญทองโอลิมปิก 2 ปีติด หรือ ‘ดรีมทีม’ และได้ถูกบรรจุว่าเป็นหนึ่งใน 50 ผู้เล่นยอดเยี่ยมที่สุดในประวัติศาสตร์ของ NBA ยังไม่รวมรางวัลอื่นๆ ซึ่งถ้าให้บอกหมดก็คงไม่ไหว โดย ไมเคิล จอร์แดน รีไทร์จากอาชีพนักบาสเกตบอลอาชีพเมื่อปี 2003 ทิ้งไว้แต่ตำนานที่จะเป็นจุดมุ่งหมายให้นักบาสรุ่นหลังได้แต่วิ่งตามเท่านั้น

ไมเคิล จอร์แดน นับว่าเป็นแรงบรรดาลใจให้กับใครหลายๆคน ไม่สนคำดูถูกของคนอื่น มุ่งมั่นเอาชนะอุปสรรคที่อยู่ตรงหน้าอย่างไม่ย่อท้อ ทำให้เขาประสบความสำเร็จในชีวิต จึงกลายเป็นบุคคลแบบอย่างที่หลายๆคนยกให้เป็นไอดอลในดวงใจในที่สุด อย่างไรก็ตาม การได้ทำในสิ่งตนเองรัก ทำตามสิ่งที่เราใฝ่ฝันเอาไว้ โดยไม่สนคำดูถูกจากใคร เก็บคำติชมเหล่านั้นมาพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ เมื่อความฝันนั้นเป็นจริงก็จะทำให้เราภูมิใจตัวเองเป็นอย่างมากเลยทีเดียว ซึ่งไมเคิลก็แสดงให้เห็นแล้วว่าทุกคนสามารถทำตามความฝันของตัวเองได้ อยู่ที่ว่าจะทำหรือไม่แค่นั้นเอง